มนุษย์ใช้โหราศาสตร์เพื่ออะไร
เมื่อคำถามเรื่องงาน ความรัก และเงินทอง ซ่อนความต้องการที่ลึกกว่าการรู้อนาคต
ลองนึกถึงคำถามที่ผู้คนมักนำไปถามนักโหราศาสตร์
ฉันจะได้งานใหม่เมื่อไร คนที่ฉันรักจะกลับมาหรือไม่ ปีนี้การเงินจะดีขึ้นไหม ธุรกิจที่กำลังทำจะสำเร็จหรือเปล่า ฉันควรแต่งงานกับคนนี้หรือไม่
คำถามเหล่านี้ดูเหมือนพูดถึงคนละเรื่อง บางคำถามเกี่ยวกับงาน บางคำถามเกี่ยวกับความรัก และบางคำถามเกี่ยวกับเงินทอง
แต่ถ้ามองลึกลงไป ทุกคำถามกำลังพูดถึงสิ่งเดียวกัน
มนุษย์กำลังเผชิญกับสิ่งที่ตนเองควบคุมไม่ได้
เขาไม่รู้ว่าบริษัทจะรับเข้าทำงานหรือไม่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร ไม่รู้ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไปทางไหน และไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ของการตัดสินใจที่ยังมาไม่ถึง
สิ่งที่มนุษย์ต้องการจากโหราศาสตร์ จึงอาจไม่ใช่เพียงการรู้อนาคต
แต่อาจเป็นความรู้สึกว่า ชีวิตที่ดูสับสนนั้นยังมีบางอย่างให้อ่านได้
งาน ความรัก และเงินทอง
ในแทบทุกวัฒนธรรม คำถามทางโหราศาสตร์มักวนกลับมาที่เรื่องงาน ความรัก และเงินทอง
เหตุผลไม่ใช่เพราะมนุษย์สนใจเพียงเรื่องทางวัตถุ แต่เพราะทั้งสามเรื่องเชื่อมกับความต้องการพื้นฐานของชีวิต
งาน เชื่อมกับความสามารถ สถานะ หน้าที่ และการได้รับการยอมรับ
เมื่อคนถามว่าจะได้งานใหม่หรือไม่ บางครั้งสิ่งที่เขากังวลไม่ใช่เพียงรายได้ เขาอาจกำลังถามว่า ความสามารถของตนยังมีคุณค่าอยู่หรือไม่ หรือชีวิตจะมีที่สำหรับเขาอีกหรือเปล่า
ความรัก เชื่อมกับการเป็นที่ต้องการ ความผูกพัน และความกลัวการถูกทอดทิ้ง
เมื่อคนถามว่าอีกฝ่ายจะกลับมาหรือไม่ สิ่งที่เขาต้องการอาจไม่ใช่เพียงการรู้การตัดสินใจของคนอีกคน แต่ต้องการรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเคยมีความหมายจริงหรือไม่
เงินทอง เชื่อมกับความปลอดภัย อิสระ และความสามารถในการควบคุมชีวิต
เมื่อคนถามว่าปีนี้จะมีเงินหรือไม่ เขาอาจกำลังถามว่า จะยังดูแลตนเองและคนที่รักได้หรือไม่ จะมีทางเลือกเหลืออยู่มากเพียงใด และความพยายามที่ผ่านมาเคยพาเขาไปข้างหน้าหรือเปล่า
ดังนั้น งาน ความรัก และเงินทองจึงไม่ใช่เพียงสามหัวข้อยอดนิยม
มันคือสามพื้นที่ที่มนุษย์รู้สึกถึงความไม่แน่นอนของชีวิตได้ชัดที่สุด
โหราศาสตร์ในฐานะเครื่องมือจัดการความไม่แน่นอน
มนุษย์ไม่ชอบอยู่กับสิ่งที่ไม่รู้เป็นเวลานาน
นักจิตวิทยาเรียกแรงผลักดันนี้ว่า "ความต้องการปิดฉากทางความคิด" (need for cognitive closure) — ความปรารถนาที่จะได้คำตอบใด ๆ ก็ตาม เพื่อยุติสภาวะคลุมเครือ ซึ่ง Arie Kruglanski และคณะพบว่าจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อมนุษย์อยู่ภายใต้ความกดดันหรือความเหนื่อยล้า
เมื่อสมองไม่สามารถหาคำตอบได้ มันจะพยายามสร้างคำอธิบาย ค้นหาสัญญาณ หรือมองหารูปแบบบางอย่างเพื่อประเมินว่าอะไรอาจเกิดขึ้นต่อไป
ปรากฏการณ์นี้ได้รับการยืนยันในห้องทดลอง งานวิจัยของ Jennifer Whitson และ Adam Galinsky ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science (2008) พบว่า เมื่อมนุษย์ถูกทำให้รู้สึกว่าตนเองขาดการควบคุมสถานการณ์ พวกเขาจะมองเห็น "รูปแบบ" ในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นทันที ตั้งแต่การเห็นภาพในจุดรบกวนที่ไม่มีภาพจริง ไปจนถึงการเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และการหันเข้าหาความเชื่อเรื่องโชคลาง
หลักฐานจากมานุษยวิทยาก็ชี้ไปทางเดียวกัน Bronisław Malinowski สังเกตชาวเกาะโทรบรีอันด์ในมหาสมุทรแปซิฟิกว่า พวกเขาแทบไม่ใช้พิธีกรรมใด ๆ เมื่อจับปลาในลากูนที่ปลอดภัยและคาดเดาได้ แต่จะประกอบพิธีกรรมอย่างเคร่งครัดก่อนออกจับปลาในทะเลเปิดที่อันตรายและควบคุมไม่ได้ — พิธีกรรมปรากฏตรงจุดที่การควบคุมของมนุษย์สิ้นสุดลงพอดี
และในงานวิจัยของ Giora Keinan ช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย พบว่าชาวอิสราเอลที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธ มีความคิดเชิงไสยศาสตร์สูงกว่าผู้ที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ
เราทำสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน
เราดูสีหน้าของอีกฝ่ายเพื่อเดาว่าเขากำลังคิดอะไร ดูพฤติกรรมของหัวหน้าเพื่อประเมินความมั่นคงในงาน ดูราคาในอดีตเพื่อคาดการณ์ตลาด และนำประสบการณ์เก่ามาประกอบการตัดสินใจใหม่
โหราศาสตร์ก็ทำหน้าที่ในพื้นที่เดียวกัน
มันนำเวลา ตำแหน่ง และระบบสัญลักษณ์มาจัดความไม่แน่นอนให้อยู่ในรูปแบบที่มนุษย์สามารถพิจารณาได้
นี่อาจอธิบายได้ว่า เหตุใดแม้ในสังคมที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุด โหราศาสตร์ก็ยังไม่หายไป — การสำรวจของ Pew Research Center พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันราว 3 ใน 10 ยังคงเกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพราะสิ่งที่มันตอบสนองไม่ใช่ช่องว่างของความรู้ แต่เป็นช่องว่างของความรู้สึกควบคุมได้
สำหรับบางคน โหราศาสตร์ให้คำตอบ สำหรับบางคน มันให้ความหวัง สำหรับบางคน มันช่วยกำหนดเวลาตัดสินใจ และสำหรับบางคน เพียงการได้ยินว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากมีจุดสิ้นสุด ก็เพียงพอที่จะทำให้เดินหน้าต่อไปได้
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์จะกลับไปหาโหราศาสตร์ในช่วงที่ชีวิตไม่แน่นอนที่สุด
มนุษย์ต้องการความจริง หรือความหวัง
หากคนมาหาโหราศาสตร์เพื่อรู้ความจริงเพียงอย่างเดียว ระบบที่วิเคราะห์ได้ละเอียดและแม่นที่สุดก็ควรได้รับความนิยมมากที่สุด
แต่ชีวิตจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น
บางครั้งคำตอบที่ละเอียดเกินไปทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าตนเองถูกเปิดเผย บางครั้งการเห็นพฤติกรรมที่ทำซ้ำทำให้ไม่สบายใจ และบางครั้งคำอธิบายที่เหมือนมองทะลุเข้าไปในชีวิตกลับสร้างความกลัวมากกว่าความโล่งใจ
เพราะความจริงไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางข้อมูล มันมีน้ำหนักทางอารมณ์ด้วย
มนุษย์แต่ละคนรับน้ำหนักนั้นได้ไม่เท่ากัน
ผู้ที่กำลังสูญเสียงานอาจยังไม่พร้อมสำรวจว่าเหตุใดตนเองจึงกลับเข้าสู่สภาพแวดล้อมการทำงานแบบเดิม ผู้ที่กำลังเสียใจจากความรักอาจยังไม่พร้อมมองว่า ความสัมพันธ์ครั้งนี้คล้ายกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมาอย่างไร
ในขณะนั้น เขาอาจต้องการเพียงคำตอบว่า สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่
นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ต้องการความจริง แต่หมายความว่า มนุษย์ต้องการความจริงในปริมาณที่ตนเองยังสามารถรับและนำไปใช้ได้
คำถามเกี่ยวกับอนาคตทำให้มนุษย์รู้สึกปลอดภัยกว่า
คำถามว่า "จะเกิดอะไรขึ้น" มีสิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูด
มันทำให้ผู้ถามยังไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองทันที
หากคำตอบคือจังหวะที่ดีกำลังจะมาถึง เขาสามารถรอได้ หากคำตอบคือช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะสม เขาสามารถชะลอการตัดสินใจได้ และหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง เขาอาจอธิบายว่ายังไม่ถึงเวลา
แต่คำถามว่า "เหตุใดฉันจึงทำสิ่งนี้ซ้ำ" ทำงานต่างออกไป
คำถามนี้พากลับมาหาผู้ถามเอง
เหตุใดฉันจึงเลือกงานที่ทำให้หมดแรง เหตุใดฉันจึงพยายามพิสูจน์คุณค่าของตนกับคนที่ไม่เคยมองเห็น เหตุใดเมื่อมีเงินมากขึ้น ฉันจึงยังรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุใดฉันจึงตัดสินใจแบบเดิม แม้เหตุการณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อถามถึงโครงสร้าง ผู้ถามไม่ได้รับเพียงข้อมูล แต่ได้รับความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองมองเห็น
และนั่นอาจยากกว่าการรออนาคต
โหราศาสตร์ไม่ได้มีหน้าที่เดียว
การใช้โหราศาสตร์ถามเรื่องอนาคตไม่ใช่เรื่องผิด
มนุษย์จำเป็นต้องประเมินเวลา ความเสี่ยง และความเป็นไปได้ก่อนตัดสินใจอยู่เสมอ ระบบโหราศาสตร์หลายแขนงจึงได้รับการพัฒนาเพื่อพิจารณาจังหวะ เหตุการณ์ และความเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ
แต่การทำนายเหตุการณ์ไม่ใช่ความสามารถเพียงด้านเดียวของโหราศาสตร์
ภายในระบบเดียวกันยังมีข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ความตึงเครียดภายใน แนวโน้มในการตอบสนอง วิธีใช้พลัง และศักยภาพที่อาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ
ความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าโหราศาสตร์ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้
แต่อยู่ที่มนุษย์กำลังนำมันไปถามคำถามระดับใด
หากถามว่า "ฉันจะได้งานนี้หรือไม่" เรากำลังใช้โหราศาสตร์พิจารณาผลลัพธ์
หากถามว่า "โครงสร้างการทำงานแบบใดทำให้ความสามารถของฉันแสดงออกได้ดีที่สุด" เรากำลังใช้ข้อมูลชุดเดียวกันสำรวจศักยภาพ
หากถามว่า "เขาจะกลับมาหรือไม่" เรากำลังมองการตัดสินใจของอีกคน
หากถามว่า "เหตุใดฉันจึงกลับเข้าสู่ความสัมพันธ์รูปแบบนี้" เรากำลังมอง Pattern ของตนเอง
คำถามไม่ได้เพียงกำหนดคำตอบ แต่กำหนดด้วยว่า เราจะมองเห็นชีวิตได้ลึกเพียงใด
จากการรอคำตอบสู่การมองเห็นทางเลือก
โหราศาสตร์สามารถทำให้มนุษย์รู้สึกว่าอนาคตมีรูปแบบ แต่หากใช้เพียงเพื่อรอว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันอาจทำให้เจ้าของชีวิตมอบอำนาจในการตัดสินใจให้กับสิ่งที่อยู่นอกตัวเอง
จิตวิทยาเรียกความแตกต่างนี้ว่า "ตำแหน่งของอำนาจควบคุม" (locus of control) — ตามแนวคิดของ Julian Rotter มนุษย์ที่เชื่อว่าผลลัพธ์ของชีวิตขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกล้วน ๆ มีแนวโน้มที่จะรอ มากกว่าลงมือปรับสิ่งที่อยู่ในมือของตนเอง
ในอีกด้านหนึ่ง หากใช้เพื่อสำรวจโครงสร้าง โหราศาสตร์อาจไม่ได้ให้คำตอบที่หอมหวานเท่าเดิม
แต่มันสามารถทำให้เราเห็นว่า เรากำลังใช้ความสามารถของตนอย่างไร กำลังติดอยู่กับความขัดแย้งแบบใด และมีทางเลือกใดที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อน
ด้านหนึ่งถามว่า ชีวิตจะพาเราไปที่ไหน อีกด้านถามว่า เรากำลังนำสิ่งที่มีอยู่ในตัวไปใช้สร้างชีวิตแบบใด
ทั้งสองคำถามมีคุณค่า แต่ให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน
สิ่งที่มนุษย์ต้องการจากโหราศาสตร์
ในที่สุด มนุษย์อาจไม่ได้ต้องการรู้อนาคตทั้งหมด
เขาอาจต้องการเพียงบางสิ่งที่ช่วยให้เหตุการณ์ตรงหน้ามีความหมาย ต้องการภาษาที่อธิบายสิ่งซึ่งยังอธิบายไม่ได้ หรือต้องการหลักยึดชั่วคราวในช่วงที่ชีวิตกำลังเคลื่อนไหวเร็วกว่าความเข้าใจของตนเอง
โหราศาสตร์จึงไม่ได้ดำรงอยู่เพราะมนุษย์ต้องการคำทำนายเพียงอย่างเดียว
มันดำรงอยู่เพราะมนุษย์ต้องการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอง เวลา และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
แต่เมื่อเครื่องมือหนึ่งสามารถใช้ได้ทั้งเพื่อทำนายเหตุการณ์และค้นหาโครงสร้าง คำถามต่อไปจึงไม่ใช่ว่าโหราศาสตร์แม่นเพียงใด
คำถามคือ:
เหตุใดมนุษย์จึงนิยมใช้มันเพื่อถามว่าอะไรจะเกิดขึ้น มากกว่านำมาใช้ค้นหาว่าตนเองสามารถเป็นอะไรได้บ้าง
อ้างอิง
- Whitson, J. A., & Galinsky, A. D. (2008). Lacking control increases illusory pattern perception. Science, 322(5898), 115–117.
- Malinowski, B. (1948). Magic, Science and Religion and Other Essays. Free Press.
- Keinan, G. (1994). Effects of stress and tolerance of ambiguity on magical thinking. Journal of Personality and Social Psychology, 67(1), 48–55.
- Kruglanski, A. W., & Webster, D. M. (1996). Motivated closing of the mind: "Seizing" and "freezing." Psychological Review, 103(2), 263–283.
- Rotter, J. B. (1966). Generalized expectancies for internal versus external control of reinforcement. Psychological Monographs, 80(1), 1–28.
- Pew Research Center. Surveys on belief in and engagement with astrology among U.S. adults.
→ บทถัดไป: โหราศาสตร์เพื่อรู้อนาคต กับโหราศาสตร์เพื่อค้นหาศักยภาพ ต่างกันอย่างไร