กลับไปรายการบทความ
Philosophy 9 minโดย ทีม ASKZORA Lab14 กรกฎาคม 2569

มนุษย์ใช้โหราศาสตร์เพื่ออะไร

เมื่อคำถามเรื่องงาน ความรัก และเงินทอง ซ่อนความต้องการที่ลึกกว่าการรู้อนาคต

มนุษย์ใช้โหราศาสตร์เพื่ออะไร

เมื่อคำถามเรื่องงาน ความรัก และเงินทอง ซ่อนความต้องการที่ลึกกว่าการรู้อนาคต


ลองนึกถึงคำถามที่ผู้คนมักนำไปถามนักโหราศาสตร์

ฉันจะได้งานใหม่เมื่อไร คนที่ฉันรักจะกลับมาหรือไม่ ปีนี้การเงินจะดีขึ้นไหม ธุรกิจที่กำลังทำจะสำเร็จหรือเปล่า ฉันควรแต่งงานกับคนนี้หรือไม่

คำถามเหล่านี้ดูเหมือนพูดถึงคนละเรื่อง บางคำถามเกี่ยวกับงาน บางคำถามเกี่ยวกับความรัก และบางคำถามเกี่ยวกับเงินทอง

แต่ถ้ามองลึกลงไป ทุกคำถามกำลังพูดถึงสิ่งเดียวกัน

มนุษย์กำลังเผชิญกับสิ่งที่ตนเองควบคุมไม่ได้

เขาไม่รู้ว่าบริษัทจะรับเข้าทำงานหรือไม่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร ไม่รู้ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไปทางไหน และไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ของการตัดสินใจที่ยังมาไม่ถึง

สิ่งที่มนุษย์ต้องการจากโหราศาสตร์ จึงอาจไม่ใช่เพียงการรู้อนาคต

แต่อาจเป็นความรู้สึกว่า ชีวิตที่ดูสับสนนั้นยังมีบางอย่างให้อ่านได้

ภาพแนวคิด: มนุษย์ยืนท่ามกลางความไม่แน่นอนเรื่องงาน ความรัก และเงิน แล้วเอื้อมมองหารูปแบบบางอย่างเพื่อยึดเหนี่ยว
เมื่อควบคุมอะไรไม่ได้ มนุษย์มองหา “รูปแบบ” เพื่อทำให้ความไม่แน่นอนพอจะพิจารณาได้ — และโหราศาสตร์ทำงานอยู่ในพื้นที่นี้

งาน ความรัก และเงินทอง

ในแทบทุกวัฒนธรรม คำถามทางโหราศาสตร์มักวนกลับมาที่เรื่องงาน ความรัก และเงินทอง

เหตุผลไม่ใช่เพราะมนุษย์สนใจเพียงเรื่องทางวัตถุ แต่เพราะทั้งสามเรื่องเชื่อมกับความต้องการพื้นฐานของชีวิต

งาน เชื่อมกับความสามารถ สถานะ หน้าที่ และการได้รับการยอมรับ

เมื่อคนถามว่าจะได้งานใหม่หรือไม่ บางครั้งสิ่งที่เขากังวลไม่ใช่เพียงรายได้ เขาอาจกำลังถามว่า ความสามารถของตนยังมีคุณค่าอยู่หรือไม่ หรือชีวิตจะมีที่สำหรับเขาอีกหรือเปล่า

ความรัก เชื่อมกับการเป็นที่ต้องการ ความผูกพัน และความกลัวการถูกทอดทิ้ง

เมื่อคนถามว่าอีกฝ่ายจะกลับมาหรือไม่ สิ่งที่เขาต้องการอาจไม่ใช่เพียงการรู้การตัดสินใจของคนอีกคน แต่ต้องการรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาเคยมีความหมายจริงหรือไม่

เงินทอง เชื่อมกับความปลอดภัย อิสระ และความสามารถในการควบคุมชีวิต

เมื่อคนถามว่าปีนี้จะมีเงินหรือไม่ เขาอาจกำลังถามว่า จะยังดูแลตนเองและคนที่รักได้หรือไม่ จะมีทางเลือกเหลืออยู่มากเพียงใด และความพยายามที่ผ่านมาเคยพาเขาไปข้างหน้าหรือเปล่า

ดังนั้น งาน ความรัก และเงินทองจึงไม่ใช่เพียงสามหัวข้อยอดนิยม

มันคือสามพื้นที่ที่มนุษย์รู้สึกถึงความไม่แน่นอนของชีวิตได้ชัดที่สุด

โหราศาสตร์ในฐานะเครื่องมือจัดการความไม่แน่นอน

มนุษย์ไม่ชอบอยู่กับสิ่งที่ไม่รู้เป็นเวลานาน

นักจิตวิทยาเรียกแรงผลักดันนี้ว่า "ความต้องการปิดฉากทางความคิด" (need for cognitive closure) — ความปรารถนาที่จะได้คำตอบใด ๆ ก็ตาม เพื่อยุติสภาวะคลุมเครือ ซึ่ง Arie Kruglanski และคณะพบว่าจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อมนุษย์อยู่ภายใต้ความกดดันหรือความเหนื่อยล้า

เมื่อสมองไม่สามารถหาคำตอบได้ มันจะพยายามสร้างคำอธิบาย ค้นหาสัญญาณ หรือมองหารูปแบบบางอย่างเพื่อประเมินว่าอะไรอาจเกิดขึ้นต่อไป

ปรากฏการณ์นี้ได้รับการยืนยันในห้องทดลอง งานวิจัยของ Jennifer Whitson และ Adam Galinsky ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science (2008) พบว่า เมื่อมนุษย์ถูกทำให้รู้สึกว่าตนเองขาดการควบคุมสถานการณ์ พวกเขาจะมองเห็น "รูปแบบ" ในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นทันที ตั้งแต่การเห็นภาพในจุดรบกวนที่ไม่มีภาพจริง ไปจนถึงการเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และการหันเข้าหาความเชื่อเรื่องโชคลาง

หลักฐานจากมานุษยวิทยาก็ชี้ไปทางเดียวกัน Bronisław Malinowski สังเกตชาวเกาะโทรบรีอันด์ในมหาสมุทรแปซิฟิกว่า พวกเขาแทบไม่ใช้พิธีกรรมใด ๆ เมื่อจับปลาในลากูนที่ปลอดภัยและคาดเดาได้ แต่จะประกอบพิธีกรรมอย่างเคร่งครัดก่อนออกจับปลาในทะเลเปิดที่อันตรายและควบคุมไม่ได้ — พิธีกรรมปรากฏตรงจุดที่การควบคุมของมนุษย์สิ้นสุดลงพอดี

และในงานวิจัยของ Giora Keinan ช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย พบว่าชาวอิสราเอลที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธ มีความคิดเชิงไสยศาสตร์สูงกว่าผู้ที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ

เราทำสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน

เราดูสีหน้าของอีกฝ่ายเพื่อเดาว่าเขากำลังคิดอะไร ดูพฤติกรรมของหัวหน้าเพื่อประเมินความมั่นคงในงาน ดูราคาในอดีตเพื่อคาดการณ์ตลาด และนำประสบการณ์เก่ามาประกอบการตัดสินใจใหม่

โหราศาสตร์ก็ทำหน้าที่ในพื้นที่เดียวกัน

มันนำเวลา ตำแหน่ง และระบบสัญลักษณ์มาจัดความไม่แน่นอนให้อยู่ในรูปแบบที่มนุษย์สามารถพิจารณาได้

นี่อาจอธิบายได้ว่า เหตุใดแม้ในสังคมที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุด โหราศาสตร์ก็ยังไม่หายไป — การสำรวจของ Pew Research Center พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันราว 3 ใน 10 ยังคงเกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพราะสิ่งที่มันตอบสนองไม่ใช่ช่องว่างของความรู้ แต่เป็นช่องว่างของความรู้สึกควบคุมได้

สำหรับบางคน โหราศาสตร์ให้คำตอบ สำหรับบางคน มันให้ความหวัง สำหรับบางคน มันช่วยกำหนดเวลาตัดสินใจ และสำหรับบางคน เพียงการได้ยินว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากมีจุดสิ้นสุด ก็เพียงพอที่จะทำให้เดินหน้าต่อไปได้

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์จะกลับไปหาโหราศาสตร์ในช่วงที่ชีวิตไม่แน่นอนที่สุด

มนุษย์ต้องการความจริง หรือความหวัง

หากคนมาหาโหราศาสตร์เพื่อรู้ความจริงเพียงอย่างเดียว ระบบที่วิเคราะห์ได้ละเอียดและแม่นที่สุดก็ควรได้รับความนิยมมากที่สุด

แต่ชีวิตจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น

บางครั้งคำตอบที่ละเอียดเกินไปทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าตนเองถูกเปิดเผย บางครั้งการเห็นพฤติกรรมที่ทำซ้ำทำให้ไม่สบายใจ และบางครั้งคำอธิบายที่เหมือนมองทะลุเข้าไปในชีวิตกลับสร้างความกลัวมากกว่าความโล่งใจ

เพราะความจริงไม่ได้มีเพียงคุณค่าทางข้อมูล มันมีน้ำหนักทางอารมณ์ด้วย

มนุษย์แต่ละคนรับน้ำหนักนั้นได้ไม่เท่ากัน

ผู้ที่กำลังสูญเสียงานอาจยังไม่พร้อมสำรวจว่าเหตุใดตนเองจึงกลับเข้าสู่สภาพแวดล้อมการทำงานแบบเดิม ผู้ที่กำลังเสียใจจากความรักอาจยังไม่พร้อมมองว่า ความสัมพันธ์ครั้งนี้คล้ายกับความสัมพันธ์ที่ผ่านมาอย่างไร

ในขณะนั้น เขาอาจต้องการเพียงคำตอบว่า สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่

นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ต้องการความจริง แต่หมายความว่า มนุษย์ต้องการความจริงในปริมาณที่ตนเองยังสามารถรับและนำไปใช้ได้

คำถามเกี่ยวกับอนาคตทำให้มนุษย์รู้สึกปลอดภัยกว่า

คำถามว่า "จะเกิดอะไรขึ้น" มีสิ่งหนึ่งที่น่าดึงดูด

มันทำให้ผู้ถามยังไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองทันที

หากคำตอบคือจังหวะที่ดีกำลังจะมาถึง เขาสามารถรอได้ หากคำตอบคือช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะสม เขาสามารถชะลอการตัดสินใจได้ และหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง เขาอาจอธิบายว่ายังไม่ถึงเวลา

แต่คำถามว่า "เหตุใดฉันจึงทำสิ่งนี้ซ้ำ" ทำงานต่างออกไป

คำถามนี้พากลับมาหาผู้ถามเอง

เหตุใดฉันจึงเลือกงานที่ทำให้หมดแรง เหตุใดฉันจึงพยายามพิสูจน์คุณค่าของตนกับคนที่ไม่เคยมองเห็น เหตุใดเมื่อมีเงินมากขึ้น ฉันจึงยังรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุใดฉันจึงตัดสินใจแบบเดิม แม้เหตุการณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อถามถึงโครงสร้าง ผู้ถามไม่ได้รับเพียงข้อมูล แต่ได้รับความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองมองเห็น

และนั่นอาจยากกว่าการรออนาคต

โหราศาสตร์ไม่ได้มีหน้าที่เดียว

การใช้โหราศาสตร์ถามเรื่องอนาคตไม่ใช่เรื่องผิด

มนุษย์จำเป็นต้องประเมินเวลา ความเสี่ยง และความเป็นไปได้ก่อนตัดสินใจอยู่เสมอ ระบบโหราศาสตร์หลายแขนงจึงได้รับการพัฒนาเพื่อพิจารณาจังหวะ เหตุการณ์ และความเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะ

แต่การทำนายเหตุการณ์ไม่ใช่ความสามารถเพียงด้านเดียวของโหราศาสตร์

ภายในระบบเดียวกันยังมีข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ความตึงเครียดภายใน แนวโน้มในการตอบสนอง วิธีใช้พลัง และศักยภาพที่อาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ

ความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าโหราศาสตร์ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้

แต่อยู่ที่มนุษย์กำลังนำมันไปถามคำถามระดับใด

หากถามว่า "ฉันจะได้งานนี้หรือไม่" เรากำลังใช้โหราศาสตร์พิจารณาผลลัพธ์

หากถามว่า "โครงสร้างการทำงานแบบใดทำให้ความสามารถของฉันแสดงออกได้ดีที่สุด" เรากำลังใช้ข้อมูลชุดเดียวกันสำรวจศักยภาพ

หากถามว่า "เขาจะกลับมาหรือไม่" เรากำลังมองการตัดสินใจของอีกคน

หากถามว่า "เหตุใดฉันจึงกลับเข้าสู่ความสัมพันธ์รูปแบบนี้" เรากำลังมอง Pattern ของตนเอง

คำถามไม่ได้เพียงกำหนดคำตอบ แต่กำหนดด้วยว่า เราจะมองเห็นชีวิตได้ลึกเพียงใด

จากการรอคำตอบสู่การมองเห็นทางเลือก

โหราศาสตร์สามารถทำให้มนุษย์รู้สึกว่าอนาคตมีรูปแบบ แต่หากใช้เพียงเพื่อรอว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันอาจทำให้เจ้าของชีวิตมอบอำนาจในการตัดสินใจให้กับสิ่งที่อยู่นอกตัวเอง

จิตวิทยาเรียกความแตกต่างนี้ว่า "ตำแหน่งของอำนาจควบคุม" (locus of control) — ตามแนวคิดของ Julian Rotter มนุษย์ที่เชื่อว่าผลลัพธ์ของชีวิตขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกล้วน ๆ มีแนวโน้มที่จะรอ มากกว่าลงมือปรับสิ่งที่อยู่ในมือของตนเอง

ในอีกด้านหนึ่ง หากใช้เพื่อสำรวจโครงสร้าง โหราศาสตร์อาจไม่ได้ให้คำตอบที่หอมหวานเท่าเดิม

แต่มันสามารถทำให้เราเห็นว่า เรากำลังใช้ความสามารถของตนอย่างไร กำลังติดอยู่กับความขัดแย้งแบบใด และมีทางเลือกใดที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อน

ด้านหนึ่งถามว่า ชีวิตจะพาเราไปที่ไหน อีกด้านถามว่า เรากำลังนำสิ่งที่มีอยู่ในตัวไปใช้สร้างชีวิตแบบใด

ทั้งสองคำถามมีคุณค่า แต่ให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

สิ่งที่มนุษย์ต้องการจากโหราศาสตร์

ในที่สุด มนุษย์อาจไม่ได้ต้องการรู้อนาคตทั้งหมด

เขาอาจต้องการเพียงบางสิ่งที่ช่วยให้เหตุการณ์ตรงหน้ามีความหมาย ต้องการภาษาที่อธิบายสิ่งซึ่งยังอธิบายไม่ได้ หรือต้องการหลักยึดชั่วคราวในช่วงที่ชีวิตกำลังเคลื่อนไหวเร็วกว่าความเข้าใจของตนเอง

โหราศาสตร์จึงไม่ได้ดำรงอยู่เพราะมนุษย์ต้องการคำทำนายเพียงอย่างเดียว

มันดำรงอยู่เพราะมนุษย์ต้องการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวเอง เวลา และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

แต่เมื่อเครื่องมือหนึ่งสามารถใช้ได้ทั้งเพื่อทำนายเหตุการณ์และค้นหาโครงสร้าง คำถามต่อไปจึงไม่ใช่ว่าโหราศาสตร์แม่นเพียงใด

คำถามคือ:

เหตุใดมนุษย์จึงนิยมใช้มันเพื่อถามว่าอะไรจะเกิดขึ้น มากกว่านำมาใช้ค้นหาว่าตนเองสามารถเป็นอะไรได้บ้าง


อ้างอิง

  • Whitson, J. A., & Galinsky, A. D. (2008). Lacking control increases illusory pattern perception. Science, 322(5898), 115–117.
  • Malinowski, B. (1948). Magic, Science and Religion and Other Essays. Free Press.
  • Keinan, G. (1994). Effects of stress and tolerance of ambiguity on magical thinking. Journal of Personality and Social Psychology, 67(1), 48–55.
  • Kruglanski, A. W., & Webster, D. M. (1996). Motivated closing of the mind: "Seizing" and "freezing." Psychological Review, 103(2), 263–283.
  • Rotter, J. B. (1966). Generalized expectancies for internal versus external control of reinforcement. Psychological Monographs, 80(1), 1–28.
  • Pew Research Center. Surveys on belief in and engagement with astrology among U.S. adults.

→ บทถัดไป: โหราศาสตร์เพื่อรู้อนาคต กับโหราศาสตร์เพื่อค้นหาศักยภาพ ต่างกันอย่างไร